ร้านหนังสือออนไลน์และหนังสือนิยายแบบชุด

ร้านหนังสือออนไลน์และหนังสือนิยายแบบชุด                สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมจะมาพูดถึงหนังสือชุดๆ หนึ่งที่ไม่ได้เป็นหนังสือนิยายแต่ทว่ามันกลับใช้คำว่านิยายบนร้านหนังสือออนไลน์หรือหน้าปกหนังสือซึ่งหนังสือชุดนี้นั้นผมการันตีเลยครับว่าเป็นหนังสือดีที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมไว้อ่านเป็นอย่างมากและเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปทำความรู้จักกับเจ้าหนังสือที่ว่านี้กันเลยครับโดยเจ้าหนังสือชุดที่ว่านี้มีชื่อว่า “หนังสือชุดนิยาย” ครับ

หนังสือในชุดนิยายบนร้านหนังสือออนไลน์นั้นเป็นผลงานการเขียนของนักเขียนนามอุโฆษอย่างส.พลายน้อยโดยหนังสือในชุดนี้จะมีอยู่ทั้งหมด 4 เล่มและแต่ละเล่มนั้นก็จะเป็นการเขียนถึงเรื่องราวตำนานต่างๆ ที่มีการพูดถึงหรือเล่าขานกันจนเป็นตำนานหรือนิทานนิยายปรัมปราซึ่งด้วยลีลาการเขียนที่เป็นเอกลักษณืของส.พลายน้อยและข้อมูลที่แน่นเอี้ยดในการเขียนนี้เองทำให้หนังสือชุดนิยายของเขาๆได้รับการคัดเลือกและขนานนามให้เป็นผลงานอันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติปี 2553 กันเลยทีเดียวเชียวครับ

มาถึงบรรทัดนี้เชื่อว่าหลายคนคงอยากที่จะรู้แล้วว่าร้านหนังสือออนไลน์เจ้าหนังสือชุดนิยายของส.พลายน้อยที่ผมบอกว่ามีทั้งหมด 4 เล่มนั้นมีอะไรบ้างดังนั้นขอเฉลยครับว่าชุดหนังสือนิยายของส.พลายน้อยนั้นจะประกอบไปด้วย

1.เทวนิยาย

2.สัตวนิยาย

3.พฤกษนิยาย

4.อมนุษยนิยาย

โดยเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในเล่มนั้นจะเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันชื่อของหนังสือทั้งสิ้นครับ

หนังสือชุดนิยายของส.พลายน้อยนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งครับสำหรับคนที่ชอบเรื่องราวและตำนานต่างๆ ของไทยเพราะข้อมูลบางข้อมูลนั้นเป็นเรื่องที่หาอ่านได้ยากดังนั้นหากใครชอบแนวนี้ควรที่จะมีติดไม้ติดมือเอาไว้สักชุดหนึ่ง

นิยายไทยก็มีแปลเป็นภาษาต่างประเทศด้วยนะ

นิยายไทยก็มีแปลเป็นภาษาต่างประเทศ
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องชวนปวดหัวให้ทุกท่านได้คิดกันอีกแล้วครับซึ่งเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่เขาถามผมมาอีกทีและคนที่ถามก็ไม่ใช่ใครหากแต่เป็นหลานชายวัย 9 ขวบของผมที่ชอบคิด ชอบจำนรรจา โดยคำถามของเขามีว่า “เราเคยได้ยินกันว่าในบ้านเรานั้นมีหนังสือนิยายแปลโดยแปลมาจากภาษาต่างประเทศแบบนี้แล้วในต่างประเทศเขาจะมีหนังสือนิยายแปลที่แปลมาจากภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาบ้านเรากันบ้างไหม” เป็นอย่างไรครับกับปัญหาของเด็ก 9 ขวบ!

เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะเคยคิดหรือไม่เคยคิดแต่ส่วนใหญ่แล้วผมเองเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครคิดกันหรอกครับรวมไปถึงตัวของผมเองด้วยเพราะในความเป็นจริงนั้นๆ เราๆ ท่านๆ ต่างก็รู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าหากประเทสเราเอาหนังสือนิยายของต่างประเทศมาแปลได้ ในต่างประเทศเขาก็สามารถเอาหนังสือนิยายของเราที่เป็นภาษาไทยไปแปลได้เช่นกันหากเพียงแต่เรานั้นอยู่ในประเทศไทยจึงอาจจะไม่ค่อยรู้ข่าวสารเรื่องที่ว่านี้สักหน่อยก็เท่านั้นเองแต่ถ้าหากเรามีเพื่อนอยู่ต่างประเทศหรือมีญาติอยู่ต่างประเทศลองถามเขาดูก็ได้ครับแล่วจะรู้ว่าหนังสือนิยายไทยนั้นมีการแปลเป็นภาษาต่างประเทศจริงๆ แต่จะมีนิยายเรื่องอะไรกันบ้างนั้นผมเองก็จนด้วยเกล้าจริงๆ ครับเพราะผมเองก็ไม่เคยไปต่างประเทศแถมญาติพี่น้องที่อยู่ต่างประเทศก็ไม่มีอีกเอาไว้ถ้ามีโอกาสไปจะเก็บชื่อและภาพมาฝากกันครับ

ใครเคยเจอ นิยายแนวสลับตัวบ้างครับ

ใครเคยเจอ นิยายแนวสลับตัวบ้างครับ
ถ้าจะให้พูดถึงแนวนิยายในบ้านเราที่ผมไม่ชอบมากที่สุดก็คือนิยายแนวพี่น้องสลับตัวกันเพื่อมาทำภารกิจบางอย่างจากนั้นก็ได้ไปเจอกับพระเอกและได้ทะเลาะกันเพราะไม่รู้ว่าเป็นอีกคนแต่สุดท้ายแล้วก็กลับมารักกันเพราะนิยายแนวนี้นั้นผมมองว่าเป็นนิยายที่ค่อนข้างมีความสับสนในตนเองครับไม่ทราบว่ามีใครคิดอย่างผมบ้างครับ

ปัจจุบันนิยายประเภทสลับฝาสลับตัวนี้เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ ทั้งในแบบที่พระเอกฝาแฝดสลับตัวกันหรือนางเอกฝาแฝดสลับตัวกันซึ่งก็น่าจะได้อิทธิพลหรือแรงบันดาลใจในการเขียนมาจากหนังเกาหลีที่มีเรื่องแบบนี้อยู่มากมายนั่นเองแต่เนื่องจากว่าความที่มันไม่ใช่แนวของคนไทยตั้งแต่ต้นอีกทั้งคนไทยเองก็ไม่ค่อยถนัดเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ดังนั้นนิยายที่ออกมาจึงอ่านแล้วดูสลับซับซ้อนหรืองงๆ มากกว่าที่ควรอีกทั้งพล็อตเรื่องส่วนใหญ่ก็ยังลอกกันมาอีกดังนั้นสำหรับผมแล้วมันจึงถือเป็นนิยายที่ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่

ยิ่งไปกว่านั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่นิยายแนวนี้ได้รับการซื้อลิขสิทธิ์ไปทำละครแถมยังออกอากาศชนกันเชื่อไหมครับว่าผมนั้นปวดหัวเป็นที่สุดเพราะจำละครสับสนกันไปหมด เนื้อหาเรื่องราวต่างๆ ก็คล้ายคลึงกันโดยรวมแล้วเปลี่ยนเพียงแค่ตัวเองที่เป็นฝาแฝดจากผู้ชายเป็นผู้หญิงเท่านั้นเอง

ดังนั้นผมเองในฐานะคนอ่านจึงอยากจะขอร้องนักเขียนว่าหากเรื่องใดหรือแนวใดที่เราไม่ถนัดจริงๆ แล้วนั้นก็อย่าทำมันขึ้นมาเลยครับเพราะไม่อย่างนั้นแล้วจากดังจะกลายเป็นดับเอาง่ายๆ

นิยายเรื่องไหนดีที่สุด

นิยายเรื่องไหนดีที่สุด
ถ้าจะถามผมว่าในโลกนี้มีหนังสือนิยายเรื่องใดหรือเล่มใดที่ดีที่สุดในโลก ในเรื่องนี้ผมเองคงไม่สามารถบอกได้หรือตอบได้เพราะเนื่องจากว่านิยายแต่ละเรื่องนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน รวมไปถึงเนื้อหาที่แตกต่างกันดังนั้นเราจึงไม่อาจตัดสินได้ว่านิยายเรื่องใดที่ดีที่สุดและต้องไม่ต้องกว้างขวางถึงระดับโลกหรอกครับแค่ระดับประเทศของเราเองก็ยังไม่สามารถตัดสินได้เลย

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจจะยังงงๆ และโต้แย้งว่าถ้าหากไม่สามารถตัดสิน ฟันธงว่านิยายเรื่องใดดีจริงแล้วจะมีการประกวดนิยายดีเด่นระดับชาติหรือระดับภูมิภาคขึ้นมาได้อย่างใดซึ่งการประกวดนิยายดีเด่นที่ว่านั้นมันก็ไม่ใช่การตัดสินอย่างเด็ดขาดหรือเป็นเอกฉันท์ครับว่านิยายเรื่องนั้นๆ จะเป็นนิยายที่ดีที่สุดในระดับประเทศเพราะเนื่องจากว่าปัจจุบันในแต่ละปีก็มีการประกวดแนวนี้กระจายอยู่หลายงานด้วยกันซึ่งการประกวดนั้นเป็นเพียงแค่การยืนยันว่านิยายเรื่องนั้นๆ ดีที่สุดในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งที่จัดงานประกวดเท่านั้นไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินได้ว่านิยายที่ได้รับรางวัลนั้นเป็นนิยายที่สุดที่สุดในประเทศ

ดังนั้นเพื่ออรรถรสในการอ่านหนังสือนิยายให้สนุกผมอยากจะแนะนำให้ทุกท่านมองข้ามเรื่องนิยายที่ดีที่สุดไปและลองหันกลับมาอ่านนิยายทุกเรื่องที่มีโอกาสผ่านเข้ามาในชีวิตของเราดูแล้วเราจะรู้ว่าบางครั้งนิยายดีๆ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีรางวัลหรือคำนิยมใดๆ มาการันตีเสมอไปครับผม

นิยายเรื่องแม่โขง นิยายสไตล์ไทยแท้ อ่านสนุกมาก

นิยายเรื่องแม่โขง นิยายสไตล์ไทยแท้ อ่านสนุกมาก                ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบอ่านนิยายแนวแฟนตาซีของไทยที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและประเพณีนี้แล้วล่ะก็ผมเองขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับนิยายเรื่องหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นนิยายแนวตื่นเต้นลึกลับของไทยที่ผู้เขียนนั้นเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีผู้โด่งดังของประเทศไทยเลยครับซึ่งนิยายเรื่องนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่เรื่อง “แม่โขง”

แม่โขงเป็นนิยายที่ผสมผสานกันระหว่างจินตนาการและความเชื่อของคนไทยที่มีความเชื่อกันว่าลุ่มน้ำโขงที่เป็นเสมือนประตูกั้นระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวนั้นมีตำนานความเชื่อที่ตรงกันในเรื่องของสัตว์ในตำนานอย่างพญานาคว่าเป็นผู้พิทักษ์รักษาเส้นทางลำน้ำโขงนี้เอาไว้เพราะเนื่องจากว่าภายใต้ลุ่มน้ำโขงมีทรัพย์สมบัติมากมายจมอยู่ซึ่งหากใครที่คิดจะลองดีขโมยแล้วล่ะก็มีอันต้องเจอกับอาถรรพณ์ของพญานาคจนเสียทรัพย์เสียชีวิตทุกรายซึ่งนั่นเป็นเรื่องของจิตวิญญาณและความเชื่อชาวบ้าน

แต่ในมุมมองของคนปัจจุบันแม่โขงนั้นเป็นลำน้ำที่มีความสำคัญในแง่ของเศรษฐกิจการค้าเป็นอย่างมากเพราะมันเป็นเส้นทางในการติดต่อค้าขายทั้งถูกต้องและผิดกฎหมายดังนั้นบริเวณนี้จึงเปรียบเสมือนกับขุมเงิน ขุมทองที่น่าลงทุนซึ่งหากจะนำทั้งสองเรื่องมาเทียบเคียงกันแล้วจะพบว่ามันแตกต่างกันเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้นแต่เป้าหมายที่ต้องการบรรลุมีอยู่อย่างเดียวกันคือผลประโยชน์และเงินตรา ดังนั้นเมื่อความเชื่อมาผสมปสานเข้ากับความจริงในโลกปัจจุบันมันจึงทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมายขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ที่ๆ เราเรียกว่า “แม่โขง”